samedi 27 octobre 2012

สปาร์เก็ตตี้ซอสครีมไวน์ขาว



เมนูนี้ทำบ่อยคะ เพราะสามีชอบทาน บวกกับอาหารฝรั่งทำเป็นไม่กี่อย่าง และเมนูนี้ทำง่ายด้วย ทำทีไรสามีชมทุกที จึงใช้เป็นอาวุธประจำกายไปแล้ว เวลานึกอะไรไม่ออก กลัวสามีเบื่ออาหารไทย ก็จะมีเมนูนี้ผุดขึ้นมาในหัวเป็นอันดับแรกๆ

ขั้นตอนไม่ยากจริงๆ คะอย่างที่บอก แต่มิดหมีจะทำออกสไตล์ไทยๆ นิดหน่อยคะ วันนี้ใช้เส้นสปาเก็ตตี้แบบโฮลวีตคะ เพื่อสุขภาพนิดนึง ^_^

สิ่งที่ต้องเตรียม

1. เส้นสปาร์เก็ตตี้
2. กุ้ง, เบคอน (หรือเปลี่ยนเป็นเนื้อสัตว์อย่างอื่นแทนก็ได้) แต่สามีบอกว่าปกติแล้วคนฝรั่งเศสเขาจะเลือกใช้แค่อย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น ไม่ใช้ปนกันเหมือนคนไทย ยกเว้นเมนูซีฟู้ด (แต่อาจจะไม่ใช่ทุกคน แต่ครอบครัวของสามีจะนิยมทำแบบนี้มาตลอด)
3. เห็ดแชมปิยอง
4. หอมใหญ่
5. เกลือ (แต่เราใช้รสดีแทน)
6. น้ำตาลทราย
7. ไวน์ขาว
8. พริกไทยป่น
9. น้ำมันพืช
10 ซอสครีม



(ขออภัยวันนี้ลืมถ่ายรูปขั้นตอนการทำ และอุปกรณ์ที่ต้องใช้ เพราะกะว่าจะทำกินเฉยๆ ไม่ได้ตั้งใจเอามาลงบล็อค แต่พอทำเสร็จแล้วมันอร่อย และภาพสวย เลยอดใจไม่ได้คะ ถ่ายซะหน่อย และเลยไปยืมภาพประกอบจากอัลบั้มอื่นมาใช้แทน เลยมีส่วนผสมแค่สามอย่าง อย่างที่เห็น)

อันดับแรกนำเส้นสปาร์เก็ตตี้ต้มในน้ำเดือด (ดูที่ข้างกล่องว่าใช้เวลาต้มกี่นาที แต่ละยี่ห้อและชนิดอาจจะใช้เวลาต้มแตกต่างกันไปคะ) เสร็จแล้วนำไปสะเด็ดน้ำให้แห้ง

หลังจากนั้นนำกระทะตั้งไฟ พอร้อนใส่หอมใหญ่หั่นละเอียด ผัดพอหอมก็ใส่กุ้ง เบคอน และเห็ดลงไปผัดพอสุก หลังจากนั้นใส่ซอสครีม และไวน์ขาว เติมด้วยรสดี (แต่ฝรั่งจะใส่เกลือแทน) เติมน้ำตาลนิดหน่อย แต่ส่วนมากฝรั่งจะไม่ใส่น้ำตาลคะ ชิมรสตามชอบ และยกลงเสริฟพร้อมสปาร์เก็ตตี้ โรยหน้าด้วยพริกไทย บางครั้งก็ใส่ชีสขูดโรยหน้าลงไปด้วย แต่ครั้งนี้ไม่ได้ใส่คะ สามีบอกเริ่มอ้วนแล้ว ฮ่าๆ



mercredi 15 août 2012

Tiramisu ทีรามิสุ


 วันนี้มีครูสอนทำทิรามิสุกิตติมศักดิ์ หุหุ น้องสาวคุณสามีนั่นเอง นางบอกว่าไอสอนยูทำทีรามิสุ แต่ยูต้องสอนไอทำปอเปี๊ยะทอดนะ อิอิ สมเหตุสมผล ไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบ
เลยชวนเพื่อนมาทำด้วยสองคน สนุกสนานกันไปคะ และวิธีทำไม่มีอะไรยุ่งยากเลย ง่ายมากเลยคะ แต่วันนี้เราทำกันสองรสชาติคะ มีรสสตรอเบอร์รี่กับรสกาแฟคะ เรามาเริ่มที่รสกาแฟกันก่อนแล้วกัน

ส่วนประกอบ

1. ไข่ไก่           3     ฟอง
2. น้ำตาลทราย          100         กรัม
3. น้ำหวานกลิ่นวานิลลา             1          ช้อนชา (เอาไว้ใส่ตอนทำใส้สตรอเบอร์รี่คะ)
4. ครีม Mascarpone    250         กรัม
5. บิสกิต                       2            กล่อง
6. ผงกาแฟ                   1/2        ลิตร
7. ผงโกโก้                   30           กรัม (สำหรับโรยหน้า)


 บิสกิต

 น้ำผลไม้กลิ่นวานิลา และกลิ่นสตรอเบอร์รี่

 ครีม Mascarpone

อันดับแรกนำไข่ไก่ 3 ฟองมาแยกไข่แดงไข่ขาวออกจากกันก่อน แล้วนำครีม Mascarpone กับน้ำตาลทรายใส่ลงไปในไข่แดง แล้วคนให้เข้ากัน

หลังจากนั้นตีไข่ขาวที่แยกไว้ให้ฟูจนตั้งยอด (โชคดีวันนี้น้องสาวสามีซื้ออุปกรณ์ในการตีให้ใหม่เอี่ยมเลยแกะกล่องเพื่อการนี้โดยเฉพาะเลย)



 
ขออนุญาติลงภาพนางแบบอ้วนดำด้วยนะคะ หุหุ อันนี้น้องสาวสามีบอกว่าต้องตีจนฟูและตั้งยอดได้ และเมื่อเราคว่ำภาชนะแล้วไม่มีน้ำ หรือไข่ขาวไม่ไหลลงมาเป็นอันใช้ได้คะ


หลังจากนั้นนำไข่ขาวที่ตีจนตั้งยอดแล้วลงไปผสมกับไข่แดงและครีมที่เราตีจนเข้ากันแล้ว โดยต้องคนไปในทิศทางเดียวกัน และค่อยๆ คนไปเรื่อยๆ น้องสาวสามีบอกว่าถ้าคนเร็วจะยุบตัว ไม่ฟู


คนจนเข้ากันแล้วก็พักไว้ก่อน

หลังจากนั้นนำกาแฟมาผสมกับน้ำร้อนครึ่งลิตร (ผงกาแฟใส่ได้ตามจำนวนความชอบของเรา ถ้าชอบเข้มก็ใส่มากหน่อยคะ) เพื่อที่จะนำบิสกิตมาจุ่ม แล้วนำมาเรียงในถาดให้เต็มคะ














หลังจากนั้นนำครีมที่เราเตรียมไว้เททับลงไปบนบิสกิต ทำสลับกันแบบนี้สองชั้น



ปิดหน้าด้วยครีมอีกรอบนึงคะ 

นำผงโกโก้มาร่นด้วยตะแกรง โรยหน้าเป็นอันดับสุดท้าย

เสร็จแล้วนำใส่ตู้เย็นไว้ประมาณ 4 ชั่วโมงจึงทานได้คะ



สมาชิกที่มาเรียนด้วยกันวันนี้คะ




ส่วนอันนี้จะทำไส้สตรอเบอร์รี่คะ ขั้นตอนทำเหมือนกันทุกอย่าง เพียงแต่เปลี่ยนจากน้ำกาแฟ เป็นน้ำผสมกลิ่นวานิลา (หรือ สตรอเบอรี่) สำหรับจุ่มบิสกิต
และ การมีผลไม้คือ สตรอเบอรี่ เพิ่มลงไป เพราะรสกาแฟ เป็น ทีรามิสุต้นฉบับ ก็จะไม่มีอะไรนอกจากครีมกับบิสกิต เพราะงั้นเราก็สามารถปรับเปลี่ยนผลไม้ได้ตามต้องการ





 คนนี้เก็บตกตลอดทุกงาน คอยเก็บกวาดอุปกรณ์ คริคริ




 ครั้งแรกทำออกมาไม่ค่อยสวยเท่าไร ครั้งต่อไปน่าจะดีขึ้น แต่รสชาติขอบอกว่าอร่อยเหาะคร้า ^_^

 

lundi 13 août 2012

ป่นกบ



ช่วงนี้ครอบครัวน้องสาวของสามีมาพักร้อนอยู่ด้วย ทำอะไรค่อนข้างลำบากหน่อย แต่สามีเข้าใจแอบสงสารเลยบอกว่า ยูทำอาหารไทยกินก็ได้นะ โอ้โห ! สวรรค์โปรดเลย แต่ไม่ได้ซื้อของสดติดตุ้เย็นไว้เลย เนื่องจากน้องสาวสามีเตรียมอุปกรณ์การกินเยอะแยะมากมาย ยัดไว้เต็มตู้เย็น (- -)"
คุ้ยไปคุ้ยมาในช่องฟิตเจอน้องกบนอนแข็งตายอยู่นานแล้ว เลยเกิดไอเดีย " ป่นกบ " ขึ้นมา อย่าคิดว่าฝรั่งเศสไม่มีกบนะคะ มีขายตามห้างสรรพสินค้าทั่วไปเลยคะ แต่เป็นแบบเช่แข็งและมีแค่ครึ่งตัวของน้องกบเท่านั้น

อุปกรณ์ในการปรุง

1. กบ
2. หัวหอม
3.  กระเทียม
4. น้ำมะนาว
5. น้ำปลา
6. น้ำปลาร้า (ไม่ต้องใส่ก็ได้)
7. น้ำตาล (นิดหน่อย)
8. พริกขี้หนู

ง่ายแสนง่ายคะ ทำแค่วัสดุที่มี ณ. ตอนนี้ แซ่บเว่อร์คะ



นำกระเทียม, หอมแดง และพริกขี้หนูมาคั่วให้หอม


ระหว่างนั้นก็ต้มน้ำให้เดือด และนำกบลงไปต้มให้สุกคะ


แล้วนำกบมาเลาะกระดูกออกแบบนี้





ตำกระเทียม หัวหอมกับพริกขี้หนูให้ละเอียด (ไม่ต้องมาก)

หลังจากนั้นก็นำกบลงไปตำรวมกัน ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำมะนาว และน้ำปลาร้า (ถ้าไม่มีไม่ต้องใส่ก็ได้ แต่เผอิญกลับเมืองไทยรอบนี้ได้น้ำปลาร้ากลับมาด้วย) เหยาะน้ำตาลนิดหน่อย และใส่น้ำต้มกบลงไปนิดนึง เราชอบกินแบบมีน้ำขลุกขลิกนะคะ



เสร็จแล้วคะ ขอบอกว่า แซ่บเว่อร์ ><






jeudi 9 août 2012

ปลาทอดกรอบซอสเปรี้ยวหวาน

ห่างหายไปเกือบครึ่งปี กลับมาปัดฝุ่นทำความสะอาดบล็อกอีกครั้งด้วยเมนูปลาทอดกรอบซอสเปรี้ยวหวาน หรือปลาทอดเปรี้ยวหวานนั่นเอง ทำต้อนรับแขกฝรั่ง (น้องสาวคุณสามีกับครอบครัว) มาพักร้อนอยู่ที่บ้านด้วยกันสองอาทิตย์เลยคะ เริ่มกันเลยดีกว่า เมนูนี้ง่ายและอร่อยด้วยคะ

ส่วนประกอบ

1. ปลาแร่เนื้อเรียบร้อยแล้ว
2. แป้งข้าวโพด (สำหรับคลุกปลาก่อนทอด, และใส่ในน้ำซอส)
3. น้ำมันพืช
4. สับปะรด
5. มะเขือเทศ
6. หอมใหญ่
7. แตงกวา
8. ต้นหอม
9. น้ำส้มสายชู
10. น้ำตาล
11. น้ำปลา
12. ซีอิ้วขาว

เริ่มต้นกับการล้างทำความสะอาดปลา และผักต่างๆ ให้เรียบร้อย วันนี้น้องสาวสามีเอามะเขือเทศสดๆ จากไร่มาให้เยอะเลยคะ กินเล่นๆ ก็ยังอร่อย




หลังจากนั้นนำปลาไปคลุกเคล้ากับแป้งมัน หรือแป้งข้าวโพด แล้วนำลงทอดในน้ำมัน (เผอิญเรากลัวอ้วนเลยใส่น้ำมันแค่นิดเดียว) ทอดจนเหลืองจึงตักออก


เสร็จแล้วเอาพักไว้ รองด้วยกระดาษทิชชู่ซับน้ำมันออกคะ


หลังจากนั้นตั้งน้ำมันแล้วใส่กระเทียมทุบลงไปผัดให้หอม


หลังจากนั้นใส่ผักที่สุกยากลงไปก่อนเลยคะ แล้วผัดไปจนผักนิ่มขึ้น


หลังจากนั้นใส่มะเขือเทศลงไปผัดต่อ ตามด้วยน้ำส้มสายชู 2 ช้อน น้ำปลา 2 ช้อน น้ำตาลทราย 1 ช้อนครึ่ง ซีอิ๊วขาวนิดหน่อย (ถ้าชอบหวานมากก็ใส่ 2 ช้อนเท่ากันเลยคะ) ใส่น้ำเปล่าลงไปนิดหน่อยคะ เพื่อให้มีน้ำขลุกขลิก


ละลายแป้งข้าวโพด (หรือแป้งมันก็ได้คะ) คนให้ละลาย เสร็จแล้วใส่ลงไปในกระทะ ขณะที่กำลังเดือดนะคะ



ชิมรสตามชอบ เสร็จแล้วนำปลาที่ทอดไว้แล้ว ใส่ลงไปผสมให้เข้ากันเป็นอันเสร็จพร้อมเสิรฟคะ






หน้าตาดูดี ปลากรอบนอกนุ่มใน สามีบอกอร่อยมาก อาจจะเป็นเพราะปลาสด เพิ่งซื้อมาจากซุปเปอร์มาร์เก็ต น้องสาวสามีถามสูตรและวิธีการทำอีกแล้วคะ แปลว่าอาหารต้อนรับฝรั่งเมนูนี้เด็ดคะ คอนเฟิร์ม
เด็กๆ ก็กินง่ายด้วย

Enjoy eating นะคะ

lundi 6 février 2012

เนื้อย่างเทอริยากิกับข้าวผัดกระเทียม



ไม่รู้จะทำไรกินดี มีเนื้อเหลืออยู่หน่อยนึง กลัวแฟนเบื่อด้วย ลองเสริ์ซกูเกิ้ลดูมีเมนูเนื้อย่างเทอริยากิน่าสนใจดี ขอสารภาพตรงๆ ด้วยว่าตอนอยู่เมืองไทยไม่เคยกินด้วยอะคะ (- -)" เชยเนอะ อิอิ

แล้วปกติก็จะทำข้าวผัดกระเทียมกินบ่อยๆ อยู่แล้วด้วย เพราะชอบเลยจัดเมนูนี้เสริ์ฟคุณแฟนซะเลย

สิ่งที่ต้องเตรียม

1. เนื้อวัว
2. งาขาวคั่ว
3. น้ำมันงา
4. มิริน
5. ซีอิ๊วญี่ปุ่น
6. น้ำตาล
7. เกลือป่น
8. พริกไทยป่น

ก่อนอื่นต้องผสมเครื่องปรุงหมักเนื้อกันก่อนคะ นำส่วนผสมข้อ 2-8 มาผสมให้เข้ากัน มิดหมีใช้ปริมาณเท่ากันคือ 2 ช้อนโต๊ะ ยกเว้นน้ำตาลใส่แค่ช้อนเดียว ส่วนเกลือเหยาะไปไม่ต้องมาก พริกไทยป่นนิดหน่อยคะ นำส่วนผสมทั้งหมดคนให้เข้ากัน เสร็จแล้วใส่งาขาวคั่วลงไป นำเนื้อวัวมาหมักไว้สักครึ่งชั่วโมง


นี่คือส่วนผสมน้ำซอสคะ ซีอิ๊วญี่ปุ่นขวดนี้แฟนหอบหิ้วมาจากญี่ปุ่นเลยคะ ของแท้แน่นอน อิอิ




เสร็จแล้วนำไปย่างในกระทะ (โดยไม่ต้องใส่น้ำมัน) ย่างให้สุก แล้วยกขึ้น



ต่อไปเรามาทำข้าวผัดกระเทียมกันคะ ง่ายๆ ไม่ยุ่งยากอะไรเลย พอดีวันนี้มีถั่วลันเตาอยู่ในตู้เย็นด้วย เลยเอามาผัดรวมกัน (ปกติไม่ใส่ก็ได้ ใส่แต่กระเทียมเฉยๆ ก็ได้คะ หรือถ้ามีแครอทก็หั่นใส่ไปด้วยก็ได้ เพื่อความสวยงาม)


นำกระเทียมมาสับละเอียด และแกะเปลือกถั่วลันเตาไว้คะ


นำเนยลงใส่กระทะ แล้วตามด้วยกระเทียมสับ ถั่วลันเตา ผัดให้หอม


ใส่ข้าวสวยลงไปผัด เติมซีอิ๊วญี่ปุ่น ตามด้วยเกลือนิดหน่อย ชิมรสให้ออกเค็มๆ นิดนึง เสร็จแล้วยกลงคะ




จัดจานให้สวยงาม พร้อมเสริ์ฟคะ  ^^