จะว่าไปเราก็เป็นคนนึงที่ไม่ชอบชื่อตัวเองมาตั้งแต่เด็กทั้งชื่อจริงและชื่อเล่น โดยเฉพาะชื่อเล่นนี่เป็นเอามาก เวลาไปโรงเรียนเพื่อนก็จะชอบล้อ เวลาใครถามชื่อก็จะอายไม่อยากบอก จนวันนึงทนไม่ได้หันไปถามแม่ว่าทำไมถึงตั้งชื่อ " หมี " ให้หนู แม่ก็ขำแล้วก็บอกว่าจริงๆ แล้วชื่อหนูนะ เราก็เออ ใช่ ทุกวันนี้พ่อแม่ยังเรียกว่าอีหนูอยู่เลย ไม่เคยเรียกชื่ออื่นเลย พ่อกับแม่ตั้งชื่อ " หนู " ให้ แต่เรื่องของเรื่องทำไมถึงชื่อ " หมี " หละ
แม่เล่าว่าตอนเกิดมาตัวดำมาก แถมขนยังยาวอีกด้วย พี่ๆ ที่เป็นลูกพี่ลูกน้องกันก็ล้อเลียนว่าหมีมาตลอดจนกลายเป็นติดปาก ไปไหนพาไหนใครๆ ก็พากันเรียก " หมี " เราก็คิดในใจแล้วพ่อกับแม่ทำไมไม่บอกเขาละว่าไม่ได้ชื่อนี้ ทีฟ้า (เรยา) เขาไม่ชอบชื่อ " แขก " คนอื่นพากันเรียก แม่ยังแก้ให้เลยว่าลูกของแม่ชื่อฟ้า นะ เหอๆ พ่อแม่ปล่อยเลยตามเลย เราเลยได้ชื่อนี้มาตั้งแต่เด็ก (- -)"
เมื่อสมัยที่ต้องเข้ามัธยมต้น ต้องย้ายโรงเรียนแล้ว เราก็บอกกับเพื่อนๆ ว่าไปอยู่โรงเรียนใหม่ให้เรียกเราว่า " สุ " นะ เพราะชื่อจริงเราคือ " สุภาพันธ์ " ก็เชยอีกอยู่ดีนะแหละ เหอๆ แต่ก็ยังดีกว่า หมี แล้วกันน่า พอเริ่มเรียนวันแรกครูก็จะให้แนะนำตัวเป็นธรรมเนียมอยู่แล้ว ทั้งชื่อจริงและชื่อเล่น เราก็รายงานตัวเรียบร้อย พร้อมกับชื่อเล่นว่า " สุ " เพื่อนๆ จากโรงเรียนเก่าบางคนเรียนห้องเดียวกันก็แอบยิ้ม แต่ยังไงมันก็ยังไม่ชินอยู่ดี เพราะเรียก หมี มาตั้งแต่เด็กๆ จะให้มาเปลี่ยนภายในเดือน 2 เดือนก็คงเป็นไปไม่ได้ บางทีเผลอๆ เืพื่อนก็จะเรียกว่า หมี อยู่ดี พอใครหลุดเราก็จะเหวอและอายทันที กลัวเพื่อนใหม่ๆ รู้นะดิ เค้าชื่อ " สุ " นะ 55555555
จำได้ว่าพยายามจะใช้ชื่อ " สุ " นี่อยู่หลายเดือนเหมือนกัน แต่ก็ไม่สำเร็จ เพื่อนยังไม่ลืมชื่อเดิม จนเพื่อนใหม่ก็รู้ชื่อเดิมเราอีกด้วย จนในที่สุด หมีก็หมีวะ เฮ้ออออออออ
หลังจากนั้นก็ใช้ชื่อนี้มาตลอด เริ่มชินและเริ่มรับได้แล้ว จนเรียนจบ ทำงาน และมีแฟน ก็ใช้ชื่อนี้มาตลอด ใครๆ ก็รู้จักเราในชื่อ " หมี " แต่ถ้าเป็นญาติผู้ใหญ่บางคนและพ่อแม่ก็ยังเรียก " อีหนู " อยู่ ก็ยังดีเน้อ
จุดหักเหมาเป็น " มีมี่ " ก็เมื่อตอนทำงานที่ ลีเรคโกฯ นี่แหละ บริษัทนี้เป็นบริษัทฝรั่ง เพื่อนๆ ในแผนกก็มีชื่อเล่นเก๋ๆ เป็นฝรั่งกันเพราะฝรั่งมักจะออกเสียงภาษาไทยไม่ชัด เรียกยาก เลยขออินเทรนด์กันนิดนึง 55555555 อย่างพี่หนึ่ง ชื่อจริงชื่อเปรมวรา ก็เป็นเปรมมี่, น้องจูน ก็เป็นจูดี้, พี่แองก็เป็นแองจี้ ใครอีกน๊า!!
อ้ออีกคนที่นึกออก น้องสาวสุดสวยแสนเก่ง น้องเจ๊ก ก็เป็นเจ๊กกี้ ส่วนเราก็เป็น มีมี่ เริ่ดดดดดดดดดคร่าาาาา
จนมาได้เจอกับแฟนคนปัจจุบันเป็นชาวฝรั่งเศส เจอกันที่เมืองไทยนี่แหละ ฮีถูกส่งมาทำงานที่เมืองไทย 2 ปี เลยจับพลัดจับผลูได้เจอกัน ครั้งแรกที่เจอกันเราก็บอกว่าชื่อ " มีมี่ " คร่าาาาาาา ^_^ ก็ฮีเป็นฝรั่งนี่คร๊า คงออกเสียง หมี ลำบากแน่ๆ อิอิ
แต่สำหรับเพื่อนคนอื่นๆ ที่ไม่ได้อยู่ในวงการ (อิอิ) ก็ยังเรียกหมีอยู่ี แต่สำหรับในวงการ (ในที่ทำงาน อิอิ) ก็จะมีทั้งคุณหมี, น้องหมี, พี่หมี และมีมี่ แล้วแต่ระดับความสำคัญ และอายุ
และนี่ก็เป็นคำจำกัดความของ " หมี " และ " มีมี่ " พอสังเขปคะ
ส่วน " มิดหมี " นี่ก็คือชื่อที่เราชอบคะ ดูมันเหมาะกับตัวเอง และน่ารักดี อิอิ (ความหมายเดียวกันคือ ดำมิดหมี งัยคะ)
ส่วนชื่อจริง " สุภาพันธ์ " ชื่อนี้พ่อเป็นคนตั้งให้ ตอนเริ่มทำงานเริ่มรู้สึกแล้วว่าเราไม่ชอบชื่อนี้ มันไม่เพราะ มันเชย มัน..... ฯลฯ สารพัดเหตุผล อิอิ จนเมื่อทำงานที่ลีเรคโกฯ นี่แหละ รู้สึกว่าทำไมชีวิตมันวุ่นวาย ยุ่งเหยิง ซวย ไม่มีโชค ทั้งเรื่องงาน และเรื่ีองความรัก โดยเฉพาะเรื่องความรักนี่สำคัญที่สุด ก็ได้คุยกับพี่คนนึง ตอนนี้แกเป็น IT Manager แล้ว ชื่อจริงแกเพราะมาก (ซึ่งตรงกันข้ามกับอายุ 5555555) เพราะว่าอายุขนาดนี้แล้ว คนสมัยก่อนทำไมตั้งชื่อได้เพราะขนาดนี้ (อันนี้แอบคิดในใจนะคะ ถ้าพี่คนนั้นมาอ่านก็ขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยที่แอบอ้างถึง) หุหุ
ก็ได้ความว่าแกเปลี่ยนชื่อใหม่ โดยแฟนเป็นคนหาให้ทางอินเตอร์เน็ตนี่แหละ โดยคำนวณจากชื่อ นามสกุลเอามาบวกกัน ได้ผลลัพธ์เป็นเท่าไร ก็จะตีออกมาเป็นความหมาย โห้!! นับตั้งแต่นั้นเลยคะยั้นคะยอให้พี่แกหาชื่อให้หน่อย พี่แกก็เอามาให้เลือกประมาณ 3-4 ชื่อได้ (พี่เขาคำนวณชื่อเก่า กับนามสกุลเราให้ด้วย) ปรากฎว่ากาลกิณีทั้งนั้น ไม่มีดีเลยสักอย่าง ยิ่งนามสกุลยิ่งไม่ดีใหญ่ เอ.... แล้วกว่าจะได้เปลี่ยนนามสกุลเมื่อไรกันละนี่ หุหุ งั้นขอเป็นชื่อก่อนแล้วกัน
ชื่อที่ชอบที่สุดคือชื่อที่ใช้อยู่ปัจจุบัน " ภนิตา " ชื่อนี้ความหมายของมันคือ ผู้บอก, ผู้พูด หรือหญิงสาว แต่คำทำนายนี่ซิสำคัญกว่าอะไรทั้งสิ้น 55555555 เพราะเขาทำนายไว้ว่า จะได้ติดต่อ ปฏิสัมพันธ์กับชาวต่างชาติ เอาละว๊า เลือกชื่อนี้เลยแล้วกัน ก็สรุปหลังจากนั้นอีก 1 อาทิตย์ก็ลาพักร้อนไปเปลี่ยนชื่อเลย ซึ่งหลังจากนั้นไม่นานหน้าที่การงานก็ก้าวหน้าขึ้น ได้เลื่อนตำแหน่งเป็น Senior Customer Service ปรับเงินเดือน (จริงๆ แล้วเป็นเพราะความสามารถล้วนๆ นี่แหละ อิอิ แต่ก็เหมาเอาว่าเพราะเปลี่ยนชื่อนี่แหละ อิอิ) ส่วนเรื่องความรักก็เหมือนจะดีขึ้นมานิดหน่อย อันนี้คงแก้ยากแล้ว เพราะแฟนเก่าเป็นคนเจ้าชู้มาก
หลังจากนั้นอีกประมาณ 4 ปีก็ได้เจอกับแฟนคนปัจจุบันซึ่งเป็นคนฝรั่งเศส (ส่วนคนเก่าก็ต้องเลิกลากันไปเพราะความเจ้าชู้ หลังจากที่คบกันมาประมาณ 7 ปีได้) คำทำนายเป็นจริงอีกเรื่องแล้ว เฮ!!
จะว่าไปแล้วชื่อนี่สามารถทำให้คนเราเกิดความมั่นใจได้นะคะ และทำให้กล้าแสดงออกมากยิ่งขึ้น ถ้าเราคิดว่าเปลี่ยนแล้วเรามั่นใจ สบายใจก็เปลี่ยนไปเหอะคะ แต่ก็ต้องคอยตอบคำถามเจ้าหน้าที่ตอนที่เราไปเปลี่ยนชื่อที่อำเภอหน่อยแล้วกัน เพราะเขาจะซักและบ่นเรานิดหน่อยพอเป็นพิธี (ของคนทำงานรับราชการ) (- -)"
เป็นการเล่าเรื่องราวสิ่งที่เกิดขึ้น การท่องเที่ยว, อาหารการกินของคนไทยในต่างแดน, ชีวิตความเป็นอยู่, และสิ่งต่างๆ รอบตัวที่ได้เห็นและพบเจอ (อาจจะแรงไปบ้างในบ้างครั้ง หรือออกแนวเฉในบางที แต่ไม่เยอะคะ เพื่อเป็นวิทยาทาน อิอิ) อยากเอามาเตือนความทรงจำของตัวเอง รู้สึกว่ายิ่งอายุเยอะ Memory ในสมองเริ่มเหลือพื้นที่น้อยลงทุกที และอยากแชร์ใ้ห้เพื่อนๆ ได้อ่านบ้าง... ^_^
Affichage des articles dont le libellé est คนดำ...... รำพัน. Afficher tous les articles
Affichage des articles dont le libellé est คนดำ...... รำพัน. Afficher tous les articles
jeudi 18 août 2011
Inscription à :
Articles (Atom)