samedi 20 août 2011

น้ำพริกหมู

เมนูนี้ไ้ด้มาป้าคนนึง เขาเป็นคนโคราช และมักจะทำน้ำพริกหมูนี้ให้กินบ่อยๆ ทานแล้วชอบมากคะ เผ็ดสะใจไปเลย แอบดูตอนเขาทำคะ เลยได้ติดตัวมาด้วย

สิ่งที่ต้องเตรียม

1. เนื้อหมูบดละเอียด
2. หอมแดง
3. กระเทียม
4. พริกป่น
5. ข่า
6. ใบมะกรูด (อันนี้ไม่ต้องใส่ก็ได้คะ)
7. น้ำปลา หรือรสดี
8. น้ำตาลทราย

เรามาเริ่มกันเลยดีกว่าคะ



เตรียมอุปกรณ์เรียบร้อยก็เอาลงใส่ครกตำให้ละเอียดเลยคะ




เสร็จแล้วก็เอาเครื่องที่เราตำแล้ว ลงใส่กระทะ ใส่น้ำมันนิดหน่อยคะ


พอหอมก็ใส่เนื้อหมูลงไป เติมน้ำนิดหน่อยแล้วใส่พริกป่น และชิมรสด้วยน้ำปลา (แต่มิดหมีใช้รสดีแทนคะ) เหยาะน้ำตาลนิดหน่อย เป็นอันเสร็จคะ


โรยหน้าด้วยใบมะกรูดซอย หรือจะไม่ใส่ก็ได้คะ (แต่พอดีได้ใบมะกรูดแช่แข็งมาจากปารีส เลยใส่ซะหน่อย) 

ทานกับผักต้ม หรือผักสดก็ได้คะ แล้วแต่ชอบ ^_*


บางทีมิดหมีแอบบีบมะนาวหรือมะขามเปียกใส่ลงไปด้วยนิดนึง ได้รสชาติไปอีกแบบนึงคะ ^_^

ร้านขายของเอเซียที่ปารีส

ปาีรีสมีอะไรน่าสนใจ ทำไมใครๆ ก็อยากไปกันนะ (รวมทั้งเราด้วย) อิอิ
จริงๆ แล้วตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ก็ไปทุกปีเลย 3 ครั้งแล้ว แต่จริงๆ แล้วอยากไปไชน่าทาวน์ ไปซื้อของกินของใช้ที่มาจากเมืองไทย และเพื่อนบ้านเรา เพราะที่นี่มีให้เลือกเยอะมาก ทั้งผักผลไม้ ของแห้ง ของกระป๋อง น้ำพริก ฯลฯ และราคาถูกกว่าที่เมืองเราอยู่เยอะเลย เมื่อไรที่ได้ไปเที่ยวปารีสจะต้องแวะไปทุกครั้ง ที่นี่มีร้านดังๆ อยู่ 2 ร้าน คือ Tang Freres และ Paris Store แต่ร้าน Tang Freres ยังไม่เคยเห็นสาขาที่เมืองอื่นๆ (ร้านนี้เป็นร้านที่ส่งสินค้าให้กับร้านเอเซียตามเมืองต่างๆ ด้วย) ส่วน Paris Store ตามเมืองใหญ่ๆ จะมีสาขาอยู่เกือบทุกที่


ปากทางเข้าร้าน Tang Freres  จะมีไฟแดงอยู่ ถ่ายบนรถ เลยเห็นหน้าร้านไม่ชัด หุหุ


อะ นี่ชัดขึ้นมาหน่อยนึง

 นี่เป็นป้ายในที่จอดรถของ Tang Freres คะ (ไม่รู้จะมีประโยชน์อะไรกับเพื่อนๆ มั่งหรือป่าว หุหุ)


ส่วนนี่ก็ร้าน Paris Store

Tang Freres และ Paris Store ที่ไชน่าทาวน์ ปารีสจะอยู่ใกล้ๆ กัน แต่เราชอบไป Tang Freres มากกว่า เพราะมีที่จอดรถด้วย จอดไม่เกิน 2 ชั่วโมงไม่เสียค่าจอด ส่วนที่ Paris Store ก็มีที่จอดเหมือนกัน แต่ขอบอกว่างงกับที่จอดรถเขามากๆ เพื่อนๆ ลองดูแล้วกันนะ

Tang Freres ตั้งอยู่เลขที่ 48 Avenue d'Ivry, Paris ถ้าเป็นวันเสาร์อาทิตย์รถจะติดมาก กว่าจะได้ที่จอดรถใช้เวลาเป็นชั่วโมง ทางที่ดีควรไปวันธรรมดาดีที่สุดเืพื่อหลีกเลี่ยงรถติด และคุณแฟนอาจจะหงุดหงิดพาลไม่ไปซะงั้นได้ ที่นี่จะมีตารางโชว์ด้วยว่ามีที่จอดเหลืออีกกี่ที่ เพื่อที่จะได้ไม่ต้องเสียเวลา ถ้าหากที่จอดรถเต็มขึ้นมา ที่นี่จะมีร้านขายอาหาร (สำหรับ Take a way) ด้วย และมีเป็ดย่าง กับหมูกรอบขาย เคยลองซื้อมากินอร่อยดีเหมือนกัน ถ้าเป็นช่วงเที่ยงคนจะต่อแถวกันยาวมาก แต่น่าเสียดายที่นี่ไม่มีร้านอาหารแบบนั่งทานได้ ต้องออกไปหาทานที่อื่น



ช่วงบ่ายแก่ๆ จะมีคนเอเซีย รวมทั้งฝรั่ง (ส่วนน้อย) จะออกมาขายของหน้าร้านเอเซียทั้ง 2 ร้านนี่เยอะแยะไปหมด ส่วนมากจะเป็นพวกแผ่นหนัง (Copy), ข้าวโพดต้ม, ของกิน และมีคนมานั่งวาดภาพอยู่ด้วย ก็แล้วแต่จะเลือกซื้อกันไป

ส่วนที่ร้าน Paris Store จะเป็นคล้ายๆ ห้างย่อมๆ จะมี 2 ชั้นให้เดินเลือกซื้อกันตามอัํธยาศัย ชั้น 2 จะเป็นสินค้าจากญี่ปุ่นซะส่วนมาก และมีพวกหม้อ, ซึ้ง, ครกหิน, หม้อหุงข้าว, หม้อสุกี้ อุปกรณ์ทำครัวต่างๆ  และมีร้านขายของอื่นๆ ร้านขายยา และร้านอาหารจีน, เวียดนาม อยู่ในตึกนั้นด้วย

ในระแวกถนนทั้ง 2 เส้นบริเวณนั้น จะมีร้านขายของเอเซีย และร้านอาหารเอเซียตลอดเกือบทั้งเส้น แต่ร้านเอเซียที่ใหญ่ๆ ก็จะมี 2 ร้านที่ว่ามา มีร้านอาหารไทยด้วยแต่ต้องเดินเข้าซอยไปหน่อยนึงชื่อร้านศาลาไทย เราแอบเข้าไปดูเมนู และราคา ไม่แพงเท่าไร ส้มตำ 6.5 ยูโร (เมนูเของเขามีเป็นภาษาไทยด้วยน๊า) ร้านนี้จะถูกกว่าร้านที่อยู่ริมถนน มีฝรั่งมานั่งทานเยอะเหมือนกัน แต่ถ้าคุณเดินต่อไปเรื่อยๆ ตามถนน Avenue d'Ivry จะเจอร้านอาหารไทยประมาณ 2-3 ร้าน


มีร้านขายของคนไทยอยู่ร้านนึงชื่อร้าน "เพื่อน" เป็นร้านเล็กๆ 1 คูหา ส่วนมากจะเน้นขายแผ่นซีดี (Copy) ที่เป็นหนังชุด, หนังซีรี่ย์เกาหลี หรือละครที่บ้านเรากำลังฉายอยู่ทางทีวี แต่ราคาแพงน่าดู เขาคิดตอนละ 1 ยูโร ถ้าหนังเรื่องนั้นมี 20 ตอนก็ต้องจ่าย 20 ยูโร (เหงื่อตกเลย) จริงๆ แล้วเราจะดูย้อนหลังทางอินเตอร์เน็ตเอา แต่บางครั้งมันจะสะดุด นี่เป็นทางเืลือกอีกหนึ่งทางสำหรับคนขี้เหงา และหงุดหงิดเวลาต้องดูทาง you tube ไปเลือกหาซื้อกันได้ และก็จะมีน้ำพริกจากบ้านเรา, พริกแกง, รสดี, ผงทำก๋วยเตี๋ยว, ชาผงตรามือชนิดต่างๆ, น้ำเย็นตาโฟ (อันนี้น่าจะทำเอง เพราะเอาใส่ในขวดน้ำดื่มอะ) อย่างละนิดหน่อย แต่บางอย่างที่ Tang Freres หาไม่ได้ก็จะมีที่นี่ (มีจำนวนน้อยนะคะ)

เข้าไปพี่เจ้าของร้านก็จะทักทายเป็นภาษาไทยว่าสวัสดีคะ เพื่อแนะนำตัวว่าฉันเป็นคนไทยนะคร๊า น่ารักดีคะ ชวนซื้อนู่นซื้อนี่ตลอด ระวังอย่าหลอมตัว ไม่งั้นจะหมดหลายยูโรคะ อิอิ


มีร้านทำเล็บด้วยคะ ทาเล็บ, ต่อเล็บ สารพัดคะ พนักงานเป็นคนเอเซียทั้งนั้น (น่าจะเป็นคนจีนนะ) 

เราเดินไปเจอร้านที่ขายอุปกรณ์การทำครัวร้านนึง เจ้าของเป็นคนเอเซียเหมือนกัน แต่จำชื่อร้านไม่ได้แล้ว ร้านใหญ่มาก มีอุปกรณ์ทุกชนิดทั้งจากญี่ปุ่น, จีน, ไทย (นิดหน่อย) เหมาะสำหรับคนที่ซื้อไปเปิดร้านอาหาร อยุ่ในละเวกไชน่าทาวน์นี่แหละคะ เรายังได้ที่วางซูชิมาอันนึงเลย ^_*



vendredi 19 août 2011

Colmar & Strabourg

Strabourg สตราส์บูร์ก

เมืองหลวงและศูนย์ลางของแคว้นอัลซาซ ติดกับชายแดนเยอรมัน ได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลวงของยุโรปด้วย เนื่องจากเป็นที่ตั้งของสำนักงาน EU

เป็นแคว้นที่มีขนาดเล็กที่สุดของฝรั่งเศส ตั้งอยู่ระหว่างแม่น้ำไรน์กับเทือกเขาโวซ ในอดีตเคยตกเป็นเมืองขึ้นของเยอรมันประมาณ 2 ครั้ง และครั้งหลังสุดได้กลับมาเป็นของฝรั่งเศสอีกครั้งหลังจากสงครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุดลง

เมื่อช่วงคริสต์มาสปี 2010 ได้มีโอกาสไปทั่วที่ Strabourg และ Colmar ช่วงนั้นหิมะตกทุกวัน วันแรกที่ไปถึงก็เย็นมากแล้ว เลยไม่ได้ออกไปเที่ยวไหนเลย น้องสาวคุณแฟนเช่าบ้านไว้หลังนึง อยู่กันได้หลายครอบครัวเลย แต่ราคาก็แพงจริงๆ แค่ 2 อาทิตย์ 600 ยูโร

วันรุ่งขึ้นเราออกไปเยี่ยมชมเมืองกัน อยากบอกว่าทึ่งมากๆ บ้านเรือนแทบทุกหลังประดับประดาด้วยต้นคริสต์มาส กล่องของขวัญ ฯลฯ เื่พื่อต้อนรับเทศกาลคริสต์มาสกันอย่างคึกคัก ปกติบ้านเรือนเขาก็สวยไม่เหมือนใครอยู่แล้ว ยิ่งงดงามเข้าไปใหญ่


นี่คือสภาพรถ จอดไว้แค่คืนเดียวเอง





บริเวณหมู่บ้านที่ไปพักคะ


น่ารักมั้ยอะ ^_^


ต้องใส่กันหนาขนาดนี้เลย



บ้านหลากสีสันภายในหมู่บ้าน





หน้าร้านขายของที่ระลึกร้านนึงในย่านนี้





ฝนโปรยลงมาให้หนาวหนักเข้าไปใหญ่ (- -)"
อากาศแบบนี้เขาดื่มไวน์ร้อนกันคะ คุณสามารถเดินดื่มไปได้เรื่อยๆ หมดตรงร้านไหนก็เอาแก้วคืนเขา เขาจะคืนเงินค่าประกันแก้วให้คะ




มุมสวยๆ แบบนี้มีเยอะมากคะ

ขนมแบบนี้มีเยอะมาก เป็นของขึ้นชื่อของเมืองนี้เค้า มีทั้งแบบหวาน และเค็มคะ

ลองแบบเค็มคะ ก็อร่อยดี เค็มๆ มันๆ


นกแบบนี้คือสัญลักษณ์ของเมืองเค้า มีขายเป็นของที่ระลึกคะ

โบสถ์ประจำเมืองของเมืองนี้คะ งดงามมาก เหมือนภาพวาดยังไงยังงั้น




สังเกตุตรงระเบียงชั้น 2 นะคะ


น้องหมีน่ารักมากๆ ตัวใหญ่ด้วย



บ้านที่เช่าคะ




ขนมขึ้นชื่อคะ หรือถ้าเป็นบ้านเราจะเรียกว่า OTOP







พาสต้าราดซอสมะเขือเทศ

เราจะใช้พาสต้า หรือสปาเก็ตตี้ก็ได้เหมือนกันนะคะ แล้วแต่ชอบคะ แต่วันนี้มิดหมีจะใช้พาสต้า
ก่อนอื่นก็ตั้งน้ำให้เดือดก่อนคะ แล้วค่อยใส่พาสต้าลงไป เหยาะเกลือลงไปนิดหน่อย ใช้เวลาประมาณ 9 นาที (ปกติ ที่กล่องมันจะบอกไว้ว่าใช้เวลาต้มประมาณกี่นาที แล้วแต่ชนิดของพาสต้า หรือสปาเก็ตตี้คะ)
หลังจากนั้นก็เอาใส่ตะแกรงเอาน้ำออก มันจะได้ไม่อมน้ำแล้วอืดนะคะ



เรามาทำน้ำซอสกันคะ สิ่งที่ต้องเตรียมคือ

1. ซอสมะเขือเทศ (ไม่ใช่ Ketchop นะคะ)
2. เห็ด หรือผักอะไรก็ได้ที่เราชอบ (วันนี้ใช้เห็ดกระป๋องคะ)
3. เกลือ
4. พริกไทย
5. ชีสขูด
6. น้ำตาล (แต่ฝรั่งส่วนมากจะไม่ใส่คะ)
7. หอมใหญ่หั่นละเอียด
8. หมู, เนื้อ หรือไก่ก็ได้แล้วแต่ชอบคะ


ก่อนอื่นก็เอากระทะตั้งไฟใส่น้ำมัน หลังจากนั้นก็ใส่หอมใหญ่ลงไปผัดพอหอม แล้วใส่หมู และเห็ดลงไปพอหมูใกล้สุกก็ใส่ซอสมะเขือเทศ เติมเกลือ (แต่มิดหมีใช้รสดีคะ) เติมน้ำตาลไปนิดนึง ซอสมะเขือเทศมันจะมีรสเปรี้ยวๆ อยู่แล้วคะ ชิมรสตามชอบ


เสร็จแล้วหน้าตาเป็นแบบนี้คะ โรยหน้าด้วยชีสขูด



นี่แหละสไตล์มิดหมีคะ แต่คุณซะมีทานทีไรชอบทุกที ชมว่าอร่อยตะล้อดดดดด ^_*